หลายคนที่มีสิทธิประกันสังคมอาจมีคำถามว่า “รากฟันเทียมเบิกประกันสังคมได้ไหม?” โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หรือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สูง การทำรากฟันเทียมอาจดูเหมือนเป็นภาระทางการเงินที่หนักหนา ทำให้ผู้ประกันตนบางรายลังเลใจในการรักษาในช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
วันนี้ ทีมแพทย์ยูมีจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบิกประกันสังคม สำหรับการทำรากฟันเทียมและสิทธิที่สามารถใช้ได้ รวมถึงข้อมูลอัปเดตล่าสุดปี 2569 เพื่อให้คนไข้สามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
รากฟันเทียม เบิกประกันสังคมได้ไหม?

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า รากฟันเทียมสามารถเบิกประกันสังคมได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถเบิกได้ในบางกรณีเท่านั้น โดยเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นการทำรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันปลอมทั้งขากรรไกร (ทั้งปาก) และต้องได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ว่าไม่สามารถใส่ฟันปลอมแบบถอดได้แล้วเท่านั้น จึงจะเข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ์
ซึ่งวงเงินครอบคลุมประกอบด้วย
- ค่าผ่าตัดรากฟันเทียมไม่เกิน 17,500 บาท โดยใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 5 ปี
- ค่าติดตามการรักษาไม่เกิน 700 บาทต่อปี
- ค่าอุปกรณ์ทางทันตกรรมไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อน แล้วจึงนำเอกสารไปยื่นเบิกกับ สำนักงานประกันสังคม ภายหลัง โดยสิทธิ์นี้ไม่สามารถใช้กับการทำรากฟันเทียมแบบซี่เดี่ยว (1:1) หรือการทำบางส่วน เช่น สะพานฟันบนรากเทียมได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจรักษา ควรเข้ารับการประเมินจากทันตแพทย์เพื่อให้ทราบว่าเข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ์หรือไม่ และสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ในกรณีที่มีการบังคับใช้ เบิกได้เฉพาะกรณีที่ต้องฝังรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันปลอมทั้งปาก ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ประกันตนมีฟันสูญเสียทั้งขากรรไกรและต้องการฟันปลอมทั้งปาก เพื่อให้การบดเคี้ยวและการใช้งานของฟันสามารถกลับมาเหมือนเดิม ไม่สามารถเบิกเพื่อฝังรากฟันเทียมแบบ 1:1 หรือฝังรากฟันเทียมบนสะพานฟันบางส่วนได้
สิทธิ์ประกันสังคมปี 2569 ครอบคลุมการรักษาอะไรบ้าง?
ในปี 2569 สิทธิประกันสังคมทางทันตกรรมยังคงครอบคลุมการรักษาหลายประเภท โดยมีการกำหนดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกค่ารักษา ดังนี้
-
-
- ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด
- สูงสุด 900 บาทต่อปี
ครอบคลุมบริการทันตกรรมพื้นฐาน เช่น ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด โดยไม่รวมงานทันตกรรมเฉพาะทางหรือซับซ้อนอื่น ๆ
- สูงสุด 900 บาทต่อปี
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ (1–5 ซี่)
- เบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
สำหรับการทำฟันปลอมชนิดถอดได้ต่อขากรรไกรใดขากรรไกรหนึ่ง ตั้งแต่ 1 ซี่ แต่ไม่เกิน 5 ซี่ (สิทธิ์เดิม)
- เบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ (มากกว่า 5 ซี่ขึ้นไป)
- เบิกได้ไม่เกิน 2,500 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
สำหรับการทำฟันปลอมชนิดถอดได้ต่อขากรรไกรใดขากรรไกรหนึ่ง มากกว่า 5 ซี่ขึ้นไป (สิทธิ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น)
- เบิกได้ไม่เกิน 2,500 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งขากรรไกร
- เบิกได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
สำหรับการทำฟันปลอมทั้งขากรรไกรบนหรือขากรรไกรล่าง (สิทธิ์ใหม่)
- เบิกได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อชิ้น ต่อ 5 ปี
- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก
- เบิกได้ไม่เกิน 6,000 บาท ต่อ 1 คู่ ต่อ 5 ปี
สำหรับการทำฟันปลอมทั้งขากรรไกรบนและล่างพร้อมกัน โดยปรับเพิ่มวงเงินจากเดิม 4,400 บาท เป็น 6,000 บาท
- เบิกได้ไม่เกิน 6,000 บาท ต่อ 1 คู่ ต่อ 5 ปี
-
รากฟันเทียมสำหรับรองรับฟันปลอมทั้งปาก
สามารถเบิกได้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น โดยต้องเป็นการทำรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันปลอมทั้งขากรรไกร และต้องได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ว่าไม่สามารถใส่ฟันปลอมแบบถอดได้แล้ว จึงจะเข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ์วงเงินที่ครอบคลุม ได้แก่
- ค่าผ่าตัดรากฟันเทียม ไม่เกิน 17,500 บาท (ใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้งต่อ 5 ปี)
- ค่าติดตามการรักษา ไม่เกิน 700 บาทต่อปี
- ค่าอุปกรณ์ทางทันตกรรม ไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อน แล้วจึงนำเอกสารไปยื่นเบิกกับ สำนักงานประกันสังคม ภายหลัง และสิทธิ์นี้ไม่ครอบคลุมการทำรากฟันเทียมแบบซี่เดี่ยว หรือสะพานฟันบนรากเทียมบางส่วน ดังนั้นควรเข้ารับการประเมินจากทันตแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อวางแผนและตรวจสอบสิทธิ์ให้เหมาะสมที่สุด
- ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด
-
อัปเดตใหม่ในปี 2569
-
- การผ่าฟันคุด จะมีการแยกค่ารักษาออกจากสิทธิทันตกรรม 900 บาท โดยการผ่าตัดแบบง่ายสามารถเบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท
-
- หากจำเป็นต้องกรอกระดูกและฟันในการผ่าฟันคุด ค่ารักษาจะอยู่ที่ไม่เกิน 2,500 บาท
การปรับเพิ่มวงเงินและเงื่อนไขเหล่านี้ ช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่เหมาะสมและครอบคลุมมากขึ้นในบางกรณี ถึงแม้ว่าการทำรากฟันเทียมจะยังไม่ครอบคลุมในสิทธิประกันสังคม แต่การรักษาฟันพื้นฐานยังคงมีประโยชน์และสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลฟันได้มากขึ้นในแต่ละปี
ใครเบิกประกันสังคมกรณีทันตกรรมได้บ้าง?
ระบบจ่ายสิทธิประโยชน์ทันตกรรม จะมอบให้กับผู้ประกันตนที่อยู่ใน มาตรา 33 และ มาตรา 39 โดยมีเงื่อนไขดังนี้
-
- ผู้ประกันตนมาตรา 33: คือบุคคลที่ทำงานในภาคเอกชนและมีการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจากนายจ้างและตัวผู้ประกันตนเอง
-
- ผู้ประกันตนมาตรา 39: คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อในขณะที่ไม่ได้ทำงาน ซึ่งสามารถสมัครเพื่อรักษาสิทธิ์ได้
เงื่อนไขเบิกสิทธิทันตกรรม
-
- ต้องชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน
-
- สามารถใช้สิทธิ์สำหรับการรักษาทางทันตกรรมต่าง ๆ เช่น การถอนฟัน, อุดฟัน, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด และการใส่ฟันปลอมถอดได้ตามวงเงินที่กำหนด
สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ตามเงื่อนไขนี้ สามารถเบิกค่ารักษาทางทันตกรรมได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และการรักษาจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและวงเงินที่ประกันสังคมกำหนดไว้
ข้อควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ประกันสังคม

ก่อนที่จะใช้สิทธิประกันสังคมในการทำรากฟันเทียม หรือการรักษาทางทันตกรรมอื่น ๆ มีข้อควรระวังและข้อมูลที่ควรรู้เพื่อให้การเบิกสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนี้
-
- ตรวจสอบสิทธิ์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา
ควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือคลินิกที่เข้าร่วมว่าคุณมีสิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาได้หรือไม่ เนื่องจากบางการรักษาไม่ครอบคลุมในสิทธิ์ประกันสังคม และเช็กสิทธิทําฟันประกันสังคมของตนเองว่าตรงตามเงื่อนไขหรือไม่
-
- พกบัตรประชาชนไปด้วยเสมอ
บัตรประชาชนเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องนำไปใช้ในการยืนยันตัวตน และจะต้องใช้ในการกรอกข้อมูลเมื่อทำการเบิกค่ารักษา
-
- สอบถามสถานพยาบาลที่เข้าร่วม
ควรสอบถามกับคลินิกหรือโรงพยาบาลว่าอยู่ในรายชื่อสถานพยาบาลที่รับสิทธิประกันสังคมหรือไม่ เพราะไม่ทุกรายการสามารถใช้สิทธิ์ได้กับทุกสถานพยาบาล
-
- ทราบวงเงินที่สามารถเบิกได้
ตรวจสอบและทำความเข้าใจกับวงเงินที่สามารถเบิกได้ในแต่ละปี รวมถึงเงื่อนไขและขอบเขตของการเบิกค่าใช้จ่าย
-
- ยืนยันประเภทการรักษาก่อนใช้สิทธิ์
สิทธิประกันสังคมไม่ครอบคลุมการทำรากฟันเทียม 1:1 หรือ รากฟันเทียมบนสะพานฟันบางส่วน ซึ่งไม่สามารถเบิกได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการรักษาของคุณสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามเงื่อนไข
-
- ทราบรายละเอียดค่ารักษาที่สามารถเบิกได้
ค่ารักษาที่สามารถเบิกได้ภายใต้สิทธิประกันสังคมมีวงเงินจำกัด เช่น ค่าฟันปลอมถอดได้บางส่วน ค่าผ่าฟันคุด ค่ารักษาพื้นฐานอื่น ๆ ควรทำความเข้าใจก่อนการรักษา
การทำฟันด้วยสิทธิประกันสังคมอย่างถูกต้องจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา และเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม
FAQs
1. ประกันสังคม ทำรากฟันเทียมที่ไหนได้บ้าง?

ในกรณีที่มีการบังคับใช้ ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในการทำรากฟันเทียม ได้ที่โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกทันตกรรม แต่สิ่งสำคัญคือสถานพยาบาลเหล่านั้นต้องเป็นสถานพยาบาลที่ได้ทำสัญญากับสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับสิทธิ์การเบิกค่ารักษา ดังนั้น ก่อนที่จะไปทำการรักษา ควรตรวจสอบสถานพยาบาลที่เข้าร่วมสิทธิประกันสังคม เพื่อความสะดวกและไม่เสียเวลาในการรอคิวหรือการเบิกค่ารักษาที่อาจเกิดปัญหาภายหลัง
หากคุณกำลังมองหาคลินิกรากฟันเทียมที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด Ume Dental Clinic พร้อมให้บริการด้วยระบบรากฟันเทียม Dentium Superline II 100% และการดูแลจากทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ เราเป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่มีการทำสัญญากับประกันสังคม พร้อมให้บริการคุณในทุกขั้นตอนการรักษาอย่างมีคุณภาพ
2. ทำรากฟันเทียม ประกันสังคม ต้องสำรองจ่ายไหม?
ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อน แล้วจึงนำเอกสารไปยื่นเบิกกับ สำนักงานประกันสังคม ภายหลัง โดยสิทธิ์นี้ไม่สามารถใช้กับการทำรากฟันเทียมแบบซี่เดี่ยว (1:1) หรือการทำบางส่วน เช่น สะพานฟันบนรากเทียมได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจรักษา ควรเข้ารับการประเมินจากทันตแพทย์เพื่อให้ทราบว่าเข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ์หรือไม่ และสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
3. ใส่รากฟันเทียม 1 ซี่ราคาเท่าไร?
ราคาของการใส่รากฟันเทียม 1 ซี่ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อของรากฟันเทียมที่เลือกใช้ และสถานพยาบาลที่ให้บริการ
-
- ยี่ห้อเกาหลี (เช่น Dentium, Osstem): ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 35,000-60,000 บาท/ซี่ ขึ้นอยู่กับคลินิกและวัสดุที่ใช้
-
- ยี่ห้อพรีเมียม (เช่น Straumann, Astra Tech): ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 65,000-90,000 บาท/ซี่ โดยรวมค่า Abutment และครอบฟันแล้ว
ราคารากฟันเทียมอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและการบริการที่รวมเข้ามา ควรสอบถามราคากับสถานพยาบาลที่เลือกให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ทำรากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี?: รากฟันเทียม ยี่ห้อไหนดี? แบบเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคา
4. สิทธิ 30 บาท ใช้สิทธิทำรากฟันเทียมได้ไหม?
สิทธิ 30 บาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (30 บาทรักษาทุกโรค) ครอบคลุมการทำรากฟันเทียมในกรณีที่มีปัญหาใส่ฟันเทียมทั้งปากแล้วหลวม ไม่แน่น ไม่กระชับ หรือไม่สามารถใส่ฟันเทียมได้ ทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าต้องใส่รากฟันเทียม
5. ทำรากฟันเทียมราคาเท่าไร
ราคาทำรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับจำนวนซี่ที่รักษา ระบบรากฟันเทียมที่เลือก และความซับซ้อนของแต่ละเคส โดยทั่วไป รากฟันเทียม 1 ซี่มีราคาประมาณ 35,000–100,000 บาท ส่วนที่ UMe Dental Clinic เริ่มต้น 26,990 บาทต่อซี่ (รวมครอบฟันและ CT Scan) และหากเป็นการทำรากฟันเทียมทั้งปาก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 150,000–400,000 บาทต่อขากรรไกร ทั้งนี้ทันตแพทย์จะประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมก่อนเริ่มการรักษา
6. รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี อยู่ได้นานไหม
รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 10–20 ปี หรืออาจอยู่ได้ตลอดชีวิต หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและทำความสะอาดทุก 6 เดือน รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้รากฟันเทียมรับแรงกระแทกมากเกินไป ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น
7. ใส่รากฟันเทียมเจ็บไหม
หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวด บวม หรือระบมประมาณ 2–3 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการดูแลตามคำแนะนำของทันตแพทย์ โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติภายในไม่กี่วันในผู้ป่วยส่วนใหญ่
8. ทำรากฟันเทียม มีขั้นตอนอะไรบ้าง
การทำรากฟันเทียมมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน เริ่มจากทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากและถ่ายเอกซเรย์ 3 มิติเพื่อวางแผนการรักษา จากนั้นจึงฝังรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกรและรอให้กระดูกยึดติดประมาณ 3–4 เดือน (อาจมีการเสริมกระดูกหรือเนื้อเยื่อหากจำเป็น) เมื่อรากฟันยึดติดดีแล้วจะติดตั้งแกนรองรับและพิมพ์ปากเพื่อผลิตครอบฟัน ก่อนนัดใส่ครอบฟันและติดตามผล พร้อมแนะนำให้เข้าตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือนเพื่อยืดอายุการใช้งานของรากฟันเทียม
สรุป
สำหรับการเบิกประกันสังคมเพื่อทำรากฟันเทียม จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ภายในปี 2569 ว่าจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินและเงื่อนไขที่ครอบคลุมการทำรากฟันเทียมในบางกรณี เช่น การฝังรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันปลอมทั้งปาก (All on 4) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำรากฟันเทียมได้ หรือไม่
หากคนไข้กำลังมองหาคลินิกที่มีคุณภาพในการทำรากฟันเทียมและให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ Ume Dental Clinic พร้อมให้บริการ เราใช้ Dentium Superline II 100% ไม่มีระบบอื่นเจือปน และการดูแลจากทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความพร้อมในการให้คำแนะนำและแผนการรักษาที่เหมาะสม
เพราะการปลูกรากฟันเทียมไม่ได้จบแค่ “ปลูกให้เสร็จ” แต่ต้อง “จบอย่างถูกต้อง ยั่งยืน และคุ้มค่าในระยะยาว”
LINE: @Umedental
Facebook: Ume Dental Clinic
Website: Home – Ume Dental Clinic
Tel: Ume Care Center โทร 065-165-5556
-
- สาขาสุขสวัสดิ์ โทร 061-559 5155
-
- สาขาบางแค โทร 095-616 6156
-
- สาขารังสิต โทร 065-154 5155